ปวดไหล่เรื้อรัง อันตรายกว่าที่คิด

Last updated: 2018-01-22  |  1121 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปวดไหล่เรื้อรัง อันตรายกว่าที่คิด

สาเหตุของอาการปวดไหล่คือ ?

อาการปวดไหล่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากที่สุดปัญหาหนึ่งและเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการบ่งชี้ก็จะมีอาการปวดบริเวณต้นแขน ปวดด้านหลังหัวไหล่ ปวดบริเวณต้นคอและสะบัก โดยสาเหตุของอาการปวดไหล่อาจเกิดจากปัญหาของโครงสร้างในข้อไหล่เอง กระดูก กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น เยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือถุงหุ้มเส้นเอ็น โดยพิจารณาจากกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน อายุ อาชีพ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยบอกว่าผู้ป่วยจะจัดอยู่ในกลุ่มสาเหตุใด ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเป็นแล้วสะสม หรือเป็นมานานแล้วไม่รักษาก็จะทำให้เกิดอาการปวดไหล่เรื้อรังได้ นอกจากนั้นอาการปวดไหล่ยังพบได้จากสาเหตุของความผิดปกติจากอวัยวะข้างเคียง คืออาการเจ็บป่วยต่างๆ สามารถส่งผลทำให้เกิดอาการข้อไหล่ติดจนส่งผลให้ปวดไหล่ได้ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด วัณโรคปอด เบาหวาน ไทรอยด์ กระดูกต้นคอเสื่อม เป็นต้น

คนในช่วงวัยใดที่จะพบอาการปวดไหล่มากที่สุด

จริงๆแล้วอาการนี้พบได้ทุกวัย ถ้าเป็นคนอายุน้อยก็น่าจะมาจากการเล่นกีฬาการออกกำลังที่หักโหมจนอาจเกิดกล้ามเนื้อฉีก หรือกิจกรรมที่ทำแล้วต้องใช้หัวไหล่ซ้ำๆ หรืออุบัติเหตุ ถ้าเป็นคนวัยทำงานหรือผู้สูงอายุอาจเกิดจากการสึกเสื่อมของกระดูกข้อไหล่ ภาวะหัวไหล่ติดหรือ ภาวะการอักเสบของเส้นเอ็นหัวไหล่(RotatorCuff) ในส่วนของคนวัยทำงานในตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะมีอาการปวดไหล่มากขึ้นและอาจจะทวีความรุนแรงจนถึงขั้นปวดไหล่เรื้อรังได้ เพราะด้วยลักษณะการใช้ร่างกายที่ผิด การอยู่ในท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานาน รวมไปถึงปัจจุบันคนในช่วงวัยนี้เริ่มให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย และบางท่านอาจออกหักโหมมากเกินไปหรืออาจออกกำลังผิดท่า ไม่ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อน-หลังออกกำลังกาย จึงทำให้โอกาสที่จะบาดเจ็บที่หัวไหล่มีสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีอาการปวดไหล่ทั้งสิ้น แต่ด้วยไม่อยากมาหาหมอบางคนจึงทนเก็บอาการไว้ แต่ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งทำให้มีโอกาสทำให้เกิดอาการปวดไหล่เรื้อรังมากยิ่งขึ้น

ปวดไหล่แบบไหนถึงจะเรียกว่าปวดไหล่เรื้อรัง

โดยมากอาการปวดก็จะปวดบ่อย ๆ หรือปวดตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป ลักษณะนี้จัดว่าเป็นอาการปวดไหล่เรื้อรังได้

อาการปวดลักษณะไหนที่ควรรีบมาพบแพทย์

มีอาการปวดมานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งอาการปวดนี้รวมไปถึงการเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้ไม่เต็มที่ด้วย มีอาการชาของแขน มีอาการบวมของข้อไหล่หรือบริเวณหัวไหล่ มีลักษณะกล้ามเนื้อลีบ บางรายอาจมีอาการอื่น เช่น ไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่วมด้วย ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ถ้าปล่อยไว้นานไม่ทำการรักษาจะอันตรายแค่ไหน

หากปล่อยไว้นานจนมีอาการปวดไหล่เรื้อรังเมื่อเวลาผ่านไปอาการจะเป็นมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวข้อหัวไหล่ได้ลำบากมากขึ้น การเคลื่อนไหวที่ลดลงจะเป็นเกือบทุกทิศทาง ยกแขนได้ไม่สุด หากเป็นกรณีที่มีการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นคือเส้นเอ็นข้อไหล่อาจจะมีการฉีกขาด ซึ่งตอนแรกอาจจะฉีกขาดเล็กน้อยแต่พอปล่อยไว้นานก็อาจจะฉีกขาดเพิ่มมากขึ้น หรืออาจจะถึงขั้นขาดทั้งเส้นเลยก็ได้ แน่นอนว่าถ้าถึงขั้นนั้นก็จะทำการรักษาได้ยากมากยิ่งขึ้น

การรักษาอาการปวดไหล่เรื้อรังทำได้อย่างไรบ้าง

การรักษาอาการปวดไหล่ประกอบด้วย การรักษาอาการทั่วไป การรักษาด้วยกายภาพบำบัด และการผ่าตัด ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถรักษาได้ตั้งแต่ปวดไหล่ทั่วไปจนถึงระดับปวดไหล่เรื้อรัง ซึ่งจะใช้วิธีไหนรักษาก็ต้องดูเป็นกรณีไปว่าเป็นมากเป็นน้อยแค่ไหน ความหนักเบาของอาการ หากมีอาการปวดไหล่ทั่วไปหรือเป็นแบบเฉียบพลัน เบื้องต้นหมอก็จะให้งดการเคลื่อนไหวของไหล่ข้างที่มีอาการ และอาจจะให้รับประทานยาแก้ปวด ถ้ามีอาการปวดมากขึ้นมาอีกหน่อยหมอก็อาจจะให้มีการทำกายภาพบำบัด เลือกใช้ความเย็นหรือความร้อนประคบร่วมด้วย แต่ถ้ามีอาการหนักมากรักษาด้วยกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้นอย่างน้อย 3-6 เดือน เรียกว่ามีอาการปวดไหล่เรื้อรัง แพทย์ก็จะพิจารณาให้ทำการผ่าตัด

การรักษาอาการปวดไหล่เรื้อรังด้วยวิธีผ่าตัด

วิธีการผ่าตัดมี 2 วิธี คือ วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง และวิธีการผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งการเลือกวิธีและเทคนิคการผ่าตัดก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ชนิดของรอยโรค ส่วนการผ่าตัดแบบส่องกล้องข้อดี คือ บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อย เพราะใช้แผลผ่าตัดแบบรูเจาะและใช้เครื่องมือผ่านรูเจาะเข้าทำการผ่าตัดซ่อมสร้าง ส่งผลให้การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอื่นๆน้อย การฟื้นตัวมักจะเร็วกว่า

วิธีการดูแลตัวเองไม่ให้บาดเจ็บที่ข้อไหล่

เมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือเมื่อยล้าที่บริเวณหัวไหล่ ก็ควรพักการใช้ข้อไหล่ อาจจะใช้การนวดร่วมกับการประคบเย็นหรือประคบร้อนก็ได้ แต่ในกรณีบาดเจ็บของข้อไหล่ควรหลีกเลี่ยงการนวดและใช้การประคบเย็นเป็นหลัก แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่อย่างถูกต้องก่อนและหลังการออกกำลังกายไหล่หรือใช้งานไหล่

เราจะเห็นได้ว่าอาการปวดไหล่สามารถแก้ไขได้ โดยเริ่มต้นที่การสังเกตอาการ ท่าทางของตนเองว่ามีความผิดปกติอย่างไร น่าจะมีสาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร และปรับเปลี่ยนท่าทางและอิริยาบถหรืองดการใช้งานบ้างก็จะช่วยได้ หากทำแบบนี้ก็ลดความเสี่ยงที่จะมีอาการปวดไหล่เรื้อรังลงได้อย่างมากทีเดียว แต่หากปฏิบัติแล้วยังมีอาการปวดไหล่อยู่ ก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป

บทความดีๆ : รศ.นพ. ชลวิช จันทร์ลลิต
ปริญญาบัตร/วุฒิบัตร
แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ปี พ.ศ.2541

Powered by MakeWebEasy.com